การตกแต่งพระวิหาร

รายละเอียดการตกแต่งพระวิหาร พระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนี วัดป่าภูก้อน

แบบพระวิหารและศาลา ที่ตั้งบัวยอดเสา และมหาเทพ 5 องค์ และบุรุษเทพ
การก่อสร้างพระวิหาร อิติปิโส
คณะศิลปิน ทศชาติ
บานประตู ภาพพุทธประวัติ
บานหน้าต่างและช่องแสงกระจก กระเบื้องหลังคา

         เพื่อให้พระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนี ดำรงอยู่ตราบนานเท่านาน คณะศรัทธาจึงดำริที่จะสร้าง พระวิหาร เป็นที่ประดิษฐานองค์พระพุทธรูป ให้มีความสง่างามเคียงคู่กัน โดยได้รับเกียรติจากอาจารย์วิวัฒน์ วอทอง อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญและผู้อำนวยการภาควิชาสถาปัตยกรรมภายใน คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ผังเมืองนฤมิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ออกแบบสถาปัตยกรรม และอาจารย์กฤษฎา นนทะนาคร กรรมการผู้จัดการ บริษัท TAKC จำกัด ออกแบบวิศวกรรมโครงสร้าง ของพระพุทธรูปหินอ่อน พระวิหาร ศาลาราย และอาคารรอบลานเขา ร่วมกันพระวิหารมีลักษณะเป็นสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์แห่งสมัยรัตนโกสินทร์ภายในถูกตกแต่งด้วยความวิจิตรปริศนาธรรม เพื่อเป็นศูนย์รวมใจของธรรมที่พระพุทธองค์ทรงพาดำเนินสู่ความสิ้นสุดแห่งทุกข์ประตูทางเข้าวิหารมีทั้งหมด 3 ด้าน โดยแต่ละด้านจะเป็นประตูบานคู่

คู่ที่ 1 ตกแต่งด้วยภาพของเทพทวารบาล คือ องค์มหาสติ มหาปัญญา เพื่อปกป้องรักษาไม่ให้มฤตยูแห่งความฉิบหายและโทษภัยเข้ามาได้ ส่วนผู้ที่จะเข้าไปสักการะจะเกิดความเคารพเลื่อมใส เพิ่มพูนกำลังของความตั้งมั่นในพระพุทธศาสนาต่อไป

คู่ที่ 2 ตกแต่งด้วยภาพของเทพแห่งดินและเทพแห่งลม รวมกันเป็นสังขารได้โดยอาศัยมหาธาตุนี้ บำเพ็ญสั่งสมพระบารมี พระองค์จะทรงประทานความหนักแน่นในการเจริญเมตตาตน และมีความเพียรอดทนที่จะเจริญมุทิตาผู้อื่นด้วยวาจาแพร่สะพัดขจรขจายไปทั่วหล้า ทำให้ผู้ระหกระเหินหลงทาง ได้รับผล ได้รับความสว่าง เบิกบานอยู่ตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน

คู่ที่ 3 ตกแต่งด้วยภาพของเทพแห่งน้ำและเทพแห่งไฟ รวมกันเป็นสังขารได้โดยอาศัยมหาธาตุนี้ เป็นเทพแห่งการเจริญเมตตา ประสิทธิ์ประสาทสติปัญญา ธรรมที่มีอยู่ในตน ให้เกิดสติปัญญาในเมตตาธรรมนั้นๆ จนถึงที่สุดแห่งทุกข์

         รายละเอียดการตกแต่งของพระวิหาร ส่วนแรก คือ กระจกช่องแสง ซึ่งแกะสลักอย่างละเอียดงดงาม เป็นรูปองค์เทพต่างๆ รวมจำนวน 22 องค์ เช่น พระศิวะ พระนารายณ์ พระพรหม พระพิฆเนศ พระอินทร์ เป็นต้น โดยอาจารย์สุวัฒน์ แสนขัติยรัตน์ เป็นผู้ออกแบบเขียนภาพ

         ในส่วนต่อมา คือ เสาเทพพนมและบัวยอดเสา จำนวน 22 ต้น ออกแบบโดยอาจารย์อนิรุทธ์ คงถาวร แต่ละต้นจะมีรูปองค์เทพผู้บูชาพระบรมศาสดาหล่อด้วยทองเหลืองปิดทองอยู่ปลายเสาของแต่ละต้น โดยแบ่งเป็น มหาเทพ 5 องค์ และบุรุษเทพอีก 17 องค์ ซึ่งมหาเทพทั้ง 5 องค์จะเป็นผู้กล่าวคำสรรเสริญพระพุทธคุณ ดังนี้คือ

ท้าวศาตาศิรายักษ์ เปล่งวาจาว่า...นะโม
ท้าวอสุรินทราหู เปล่งวาจาว่า...ตัสสะ
ท้าวมหาราช เปล่งวาจาว่า…ภะคะวะโต
ท้าวสักกะ เปล่งวาจาว่า…อะระหะโต
ท้าวมหาพรหม เปล่งวาจาว่า...สัมมาสัมพุทธัสสะ
         อิติปิโส เป็นคำสวดพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณรวบยอด แกะสลักเป็นบัวผนังบนหินอ่อนขาวคาราร่า อักษรทุกตัวฝังด้วยหินมาลาไคท์สีเขียวเข้ม รองรับด้วยลายบัวคว่ำบัวหงายแกะสลักจากหินอ่อนขาวอย่างเดียวกัน ออกแบบอักษรโดยอาจารย์อภินันท์ พงศ์เมธากุล จำนวน 22 ช่อง ยาว 66 เมตร รอบผนังภายในพระวิหารและในส่วนของชั้นบนสุดของผนัง จะมีภาพพุทธประวัติและภาพทศชาติ ตกแต่งเป็นภาพปั้นนูนต่ำหล่อด้วยทองแดงโดยยอดฝีมือประติมากร อ.บำรุงศักดิ์ กองสุข และคณะ

         แบ่งเป็นภาพพุทธประวัติ ตั้งแต่พระพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน จำนวน 12 ภาพ และภาพทศชาติซึ่งเป็นภาพของพระพุทธเจ้าในองค์ชาติต่างๆ 10 ชาติ เพื่อแสดงให้เห็นถึงการสั่งสมบารมีด้วยความเพียร ความเสียสละของพระองค์ในทุกๆ ชาติ

         ในส่วนของใต้บัวผนัง “อิติปิโส” จะเป็นหน้าต่างกระจกแกะสลัก 28 คู่ เป็นรูปจำลองพระหัตถ์ของพระพุทธองค์ทรงห้ามการฆ่าต่างๆ 14 คู่ และภาพพระหัตถ์พระพุทธองค์ทรงประทานคุณแก่โลกอีก 14 คู่ ซึ่งภาพที่แสดงการหยุดฆ่านั้นมีปริศนาธรรมที่แฝงไว้คือ สมบัติภายในเราล้วนเป็นกุศลดั่งทรัพย์ทั้งสินที่ไม่ต้องไปแสวงหา เพราะมันอยู่ในตัวเรา อยู่ที่ใจเราทั้งสิ้น เพียงแค่เราหยุดฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเท่านั้นเอง

         ผนังพระวิหาร ด้านในประดับลายดอกมณฑารพ ส่วนผนังด้านนอกปูหินอ่อนขาว ส่วนพื้นพระวิหาร ปูด้วยหินแกรนิต

         ในส่วนของกระเบื้องหลังคาเป็น เนื้อเซรามิกเผาไฟสูง จำนวน 140,000 แผ่น โดยผู้ที่มีจิตศรัทธาสามารถร่วมบุญถวายกระเบื้องแผ่นละ 120บาท ซึ่งสาธุชนสามารถเขียนชื่อนามสุกลของท่านลงในแผ่นทองเหลือง แล้วนำไปติดที่ด้านหลังของแผ่นกระเบื้อง ก่อนจะนำไปมุงหลังคา เป็นการบูชาคุณบิดรมารดาที่มอบชื่อให้เราเพื่อเป็นสิริมงคลชีวิต และในส่วนด้านบนของหลังคาประกอบด้วย หอเทวดา บนยอดหลังคาสูงสุด และช่อฟ้า 14 ช่อ บริเวณทางขึ้นบันไดประดับด้วยมุขประตูพญานาค

         นอกจากนี้ยังมีศาลารายรอบพระวิหารอีก 5 หลัง อันประกอบด้วย ศาลาบูชาพระ, ศาลานิทรรศการและรับรองพระเถระ, ศาลาร้านของที่ระลึก, ศาลาอาหารว่างและเครื่องดื่ม, ศาลาอเนกประสงค์ ชั้นล่างโล่ง เพื่อเป็นที่ชมทัศนียภาพ

         ภายในชั้นใต้ดินของพระวิหาร จัดสร้างเป็นห้องพัก ซึ่งแบ่งเป็นห้องพักสำหรับพระสงฆ์ , อุบาสก และอุบาสิกาผู้มาบำเพ็ญปฏิบัติธรรม จำนวนรวม 15 ห้อง และห้องน้ำรวม 42 ห้อง

         ในปัจจุบัน พระวิหารยังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง เพื่อให้แล้วเสร็จภายในปี พ.ศ.2553