รายละเอียดของโครงการสร้างพระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนี และพระวิหาร วัดป่าภูก้อน

หลักการและเหตุผล วัตถุประสงค์
ผลที่คาดว่าจะได้รับ รายละเอียดโครงการ

รายละเอียดของโครงการ

         พระพุทธไสยาสน์ปางปรินิพพาน ทำด้วยหินอ่อนขาว จากเมืองคาร์ราร่า ประเทศอิตาลี มีความยาว 20 เมตร โดยใช้หินอ่อนจำนวน 43 ก้อน น้ำหนักก้อนละประมาณ 15–30 ตัน นำมาแกะสลักและเรียงซ้อนกันเป็น 3 ชั้น ประดิษฐานอยู่บนยอดเขาอาสนะพุทธะ ซึ่งเป็นลานหินแข็งแกร่ง ยาวประมาณ 110 เมตร ใช้งบประมาณสร้างพระพุทธไสยาสน์ราว 42 ล้านบาท และสร้างพระวิหารครอบองค์พระพุทธไสยาสน์ไว้อีกชั้นหนึ่ง โดยให้ท่านอาจารย์วิวัฒน์ วอทอง สถาปนิก และท่านอาจารย์กฤษฎา นนทะนาคร วิศวกรโครงสร้าง ร่วมกันออกแบบ มีขนาดกว้าง 39 เมตร ยาว 49 เมตร พร้อมศาลาราย และอาคารรอบลานเขา เป็นสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์แห่งสมัยรัตนโกสินทร์ งบประมาณก่อสร้างพระวิหารและอาคารรอบลานเขาราว 280 ล้านบาท

         โครงการฯได้รับความเมตตาจาก พระเดชพระคุณพระอุดมญาณโมลี เจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์ เป็นประธานกิตติมศักดิ์ ฝ่ายบรรพชิต พระเดชพระคุณสมเด็จพระวันรัต วัดบวรนิเวศวิหาร กรรมการมหาเถรสมาคม เป็นประธานกรรมการที่ปรึกษา ฝ่ายบรรพชิต พระเดชพระคุณพระธรรมบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก เป็นรองประธานกรรมการที่ปรึกษา ฝ่ายบรรพชิต และได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ สวัสด์ วัฒนายากร องคมนตรี เป็นประธานกิตติมศักดิ์ ฝ่ายฆราวาส ฯพณฯ ดร. อำนวย วีรวรรณ เป็นประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ฝ่ายฆราวาส พ.ต.อ. หญิง ท่านผู้หญิงวงศ์พรรณ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา พล.ท. นพ. ธำรงรัตน์ แก้วกาญจน์ เป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ และท่านผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานกรรมการอุปถัมภ์

         พระปางปรินิพพานนี้ เป็นปางที่มีความบริสุทธิ์วิสุทธิคุณ สำหรับผู้ประพฤติปฏิบัติ เพียรไปเพื่อการทำให้ถึงที่สุดแห่งกองทุกข์ทั้งสิ้น เป็นปางที่อัศจรรย์ ท่านได้ให้ธรรมคำสอนจนสะอาดหมดจด หมดสิ้นแล้วไว้ในโลกนี้ และสิ้นสุดในการรับเครื่องสักการะทั้งปวง จบการทวงถามและร้องขอ พุทธลักษณะสงบเย็นด้วยบรมสุข การได้มีจิตน้อมไปถึงความนิ่งแห่งพุทธสรีระ หินอ่อนสีขาว สง่างาม มีคุณลักษณะอ่อนช้อยงดงาม จะบังเกิดปณิธานที่เป็นมงคลยิ่ง แด่ผู้เข้ามาสักการะบูชาพระสัทธรรมอันประเสริฐ ประดุจเห็นองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงปรินิพพานอยู่ตรงหน้า เกิดความสลดสังเวชใจ แม้พระองค์จะเสด็จปรินิพพานไปนานแล้ว ยังทรงประทานความเมตตาอันวิสุทธิ์ ค้ำจุนโลกไว้เพื่อให้พุทธบริษัทสี่ เพียรไปให้เข้าถึงความบริสุทธิ์วิสุทธิคุณจนถึงทุกวันนี้ จิตจะสงบด้วยความระลึกสำนึก ซาบซึ้งในเมตตาธรรมอันร่มเย็น เป็นสมาธิโดยธรรม เป็นเครื่องน้อมรำลึกฝึกฝืน ตลอดกาลสมัยของตน

         ทางวัดและคณะกรรมการได้จัดพิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันศุกร์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2549 เวลา 9.19 น. อันเป็นมหาราชาฤกษ์ โดยมีพระเดชพระคุณสมเด็จพระวันรัต เป็นประธานสงฆ์ทำพิธีวางศิลาฤกษ์ มีพระเถรานุเถระ ข้าราชการ และพุทธศาสนิกชน มาร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก

         ในวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2549 คณะกรรมการฯได้เดินทางไปตรวจรับหินอ่อนขาว ที่เมืองคาร์ราร่า ประเทศอิตาลี และได้พบหินอ่อนก้อนใหญ่พิเศษ น้ำหนัก 55 ตัน ซึ่งจะเป็นส่วนพระเศียรโดยบุญปาฏิหาริย์ การก่อสร้างโครงสร้างฐานพระพุทธไสยาสน์เริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2549 และได้ทะยอยนำเข้าหินอ่อนพระพุทธสรีระมาถึงท่าเรือแหลมฉบัง ตั้งแต่เดือนสิงหาคม-ตุลาคม 2549 และได้รับการอนุโมทนาบุญจาก คุณเทพรักษ์ เหลืองสุวรรณ ช่วยขนหินอ่อนทั้งหมดมาวัดป่าภูก้อน โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย หินอ่อนพระพุทธสรีระ 9 ก้อนแรกได้มาถึงอุดรธานีเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2549 ทางจังหวัดอุดรธานีได้จัดขบวนแห่อัญเชิญ และทำพิธีสมโภชหินอ่อนพระพุทธสรีระ พระพุทธไสยาสน์ปางปรินิพพาน ณ มณฑลพิธีทุ่งศรีเมือง โดยมี ท่านจารึก ปริญญาพล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีเป็นประธานในพิธี และอัญเชิญเข้าสู่ลานเขาอาสนะพุทธะ วัดป่าภูก้อนในวันที่ 27 สิงหาคม 2549 พิธีแกะสลักหินอ่อนพระพุทธไสยาสน์ปางปรินิพพานเป็นปฐมฤกษ์ ได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2549 โดยมีพระเดชพระคุณพระธรรมบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก เป็นประธานสงฆ์ในพิธี และได้มีพิธีแกะสลักหินอ่อนก้อนพระเศียรเป็นปฐมฤกษ์ เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2549 โดยท่านพระครูจิตตภาวนาญาณ เจ้าอาวาสวัดป่าภูก้อน และคุณเปรมชัย กรรณสูต

         อาจารย์นริศ รัตนวิมล และคณะช่างแกะสลักหินจากอำเภอแม่สาย จ.เชียงราย กว่า 20 คน ได้เริ่มดำเนินการแกะสลักตั้งแต่เดือนกันยายน 2549 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบันนี้ครบทั้ง 42 ก้อนแล้ว และได้อัญเชิญขึ้นเรียงบนฐานสูง 2 เมตร เป็นองค์พระพุทธไสยาสน์ปางปรินิพพาน และประกอบพิธีอัญเชิญหินอ่อนก้อนพระเศียรขึ้นประดิษฐานเมื่อวันศุกร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2551 โดยมีพระเดชพระคุณพระวันรัต วัดบวรนิเวศวิหารเป็นประธานสงฆ์ คณะกรรมการบริหารโครงการฯ ได้ดำเนินการก่อสร้างอาคารรอบลานพระวิหารและศาลารายรอบอีก 5 หลังไปพร้อมๆ กับการสร้างพระพุทธไสยาสน์ปางปรินิพพาน ซึ่งจะเป็นลานชมภูมิทัศนียภาพ และมีห้องนิทรรศการพร้อมที่พักสำหรับพุทธศาสนิกชนผู้มาปฏิบัติธรรม โดยได้รับศรัทธาร่วมบุญจาก คุณเปรมชัย กรรณสูต บริษัท อิตาเลียนไทยดีเวลล๊อปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ ถวายปูนซีเมนต์และเหล็กทั้งโครงการ ตลอดจนให้คำปรึกษาด้านวิศวกรรมแก่โครงการนี้ การก่อสร้างพระวิหารเริ่มขึ้นเมื่อมีพิธีตอกไม้มงคลยกเสาเอกในวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 จึงจะเสร็จสมบูรณ์ภายในปี พ.ศ. 2553

         องค์พระพุทธไสยาสน์ปางปรินิพพาน ได้แกะสลักเสร็จสมบูรณ์ในปลายปี 2551 และกำลังก่อสร้างฐานองค์พระ และได้จัดพิธีเททองหล่อพระรัศมีพระพุทธไสยาสน์หินอ่อนขาว ปางปรินิพพาน เมื่อวันวิสาขบูชาที่ 8 พฤษภาคม 2552 โดยได้รับพระเมตตากรุณาธิคุณจากพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานประกอบพิธี เพื่อให้พุทธบริษัทสี่จากทุกสารทิศได้มีโอกาสร่วมบุญมหากุศลในพิธีนี้อย่างทั่วถึงกัน

         ด้วยเหตุและผลดังกล่าวนี้ ทางวัดและคณะกรรมการได้ทำเรื่องขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเชิญพระปรมาภิไธยย่อ เพื่อประดิษฐานบนผ้าทิพย์ และขอพระราชทานนามพระพุทธไสยาสน์หินอ่อนขาว ปางปรินิพพาน จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อว่า “พระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนี” แปลว่า พระพุทธรูปปางไสยาสน์แห่งพระมหามุนีผู้ทรงเป็นบรมครู ที่ทรงเป็นที่พึ่งของชาวโลก ตั้งแต่วันที่ 12 กันยายน 2552